ถอดรหัสเลขตัวถัง 17 หลัก: บอกยี่ห้อ รุ่น และปีรถ ได้ง่ายกว่าที่คิด
ถอดรหัสเลขตัวถัง 17 หลัก: บอกยี่ห้อ รุ่น และปีรถ ได้ง่ายกว่าที่คิด
หลายคนอาจเคยเห็น เลขตัวถังรถยนต์ หรือ VIN (Vehicle Identification Number) ที่ตอกอยู่ตามส่วนต่างๆ ของรถ แต่รู้หรือไม่ว่าชุดตัวอักษรและตัวเลข 17 หลักนี้เปรียบเสมือน "บัตรประชาชน" ของรถคันนั้น ที่สามารถบอกข้อมูลสำคัญได้มากมาย โดยเฉพาะ ยี่ห้อ, รุ่น, และปีที่ผลิต
เลขตัวถังรถยนต์เป็นมาตรฐานสากลที่รถยนต์ทุกคันต้องมี ทำให้เราสามารถถอดรหัสเพื่อดูข้อมูลเบื้องต้นได้จากตำแหน่งต่างๆ ดังนี้ครับ
🚗 ตำแหน่งที่ 1-3: บอก "ยี่ห้อ" และ "ประเทศผู้ผลิต"
ตัวอักษร 3 ตัวแรก หรือที่เรียกว่า WMI (World Manufacturer Identifier) จะเป็นตัวบอกว่ารถคันนี้ผลิตโดยบริษัทอะไรและในภูมิภาคไหน
ตำแหน่งที่ 1: บอกโซนของประเทศผู้ผลิต เช่น
1,4,5: สหรัฐอเมริกา2: แคนาดาJ: ญี่ปุ่นM: ไทยW: เยอรมนี
ตำแหน่งที่ 2-3: บอกยี่ห้อผู้ผลิต
เมื่อนำมารวมกันจะสามารถระบุยี่ห้อได้ชัดเจนขึ้น เช่น
JTE: Toyota (ญี่ปุ่น)
MLH: Mitsubishi (ไทย)
1HG: Honda (สหรัฐอเมริกา)
WDD: Mercedes-Benz (เยอรมนี)
ตัวอย่าง: ถ้าเลขตัวถังขึ้นต้นด้วย
MRHหมายความว่ารถคันนี้คือ Honda ที่ผลิตใน ประเทศไทย
🔍 ตำแหน่งที่ 4-8: บอก "รุ่น" และ "รายละเอียดตัวรถ"
กลุ่มตัวเลขและตัวอักษร 5 ตัวนี้เรียกว่า VDS (Vehicle Descriptor Section) เป็นส่วนที่ซับซ้อนที่สุด เพราะแต่ละผู้ผลิตจะกำหนดรหัสไม่เหมือนกัน แต่โดยทั่วไปแล้วจะใช้บอกข้อมูลจำเพาะของรถ เช่น
รุ่นของรถ (เช่น Civic, Corolla, Fortuner)
รูปแบบตัวถัง (เช่น Sedan 4 ประตู, SUV)
ประเภทเครื่องยนต์
ระบบเกียร์
ระบบความปลอดภัย (เช่น ถุงลมนิรภัย)
โดยปกติแล้ว ตำแหน่งที่ 4 และ 5 มักจะใช้ระบุรุ่นรถได้ค่อนข้างแม่นยำ แต่หากต้องการข้อมูลที่ชัดเจนที่สุด แนะนำให้นำเลขส่วนนี้ไปเทียบกับข้อมูลของผู้ผลิต หรือใช้เว็บไซต์ VIN Decoder ออนไลน์
🗓️ ตำแหน่งที่ 10: บอก "ปีที่ผลิต" (Model Year)
นี่คือตำแหน่งที่สำคัญและดูง่ายที่สุดในการบอกปีของรถยนต์ โดยรหัสจะหมุนเวียนทุกๆ 30 ปี โดยใช้ตัวอักษรและตัวเลขสลับกัน (ตัวอักษร I, O, Q จะไม่ถูกนำมาใช้เพื่อป้องกันการสับสนกับเลข 1 และ 0)
| รหัส | ปี ค.ศ. (พ.ศ.) | รหัส | ปี ค.ศ. (พ.ศ.) |
Y | 2000 (2543) | G | 2016 (2559) |
1 | 2001 (2544) | H | 2017 (2560) |
2 | 2002 (2545) | J | 2018 (2561) |
3 | 2003 (2546) | K | 2019 (2562) |
4 | 2004 (2547) | L | 2020 (2563) |
5 | 2005 (2548) | M | 2021 (2564) |
6 | 2006 (2549) | N | 2022 (2565) |
7 | 2007 (2550) | P | 2023 (2566) |
8 | 2008 (2551) | R | 2024 (2567) |
9 | 2009 (2552) | S | 2025 (2568) |
A | 2010 (2553) | T | 2026 (2569) |
B | 2011 (2554) | V | 2027 (2570) |
C | 2012 (2555) | W | 2028 (2571) |
D | 2013 (2556) | X | 2029 (2572) |
E | 2014 (2557) | Y | 2030 (2573) |
F | 2015 (2558) |
ตัวอย่าง: หากเลขตัวถังในตำแหน่งที่ 10 เป็นตัวอักษร
Sหมายความว่ารถคันนั้นเป็นรถโมเดลปี 2025
สรุปง่ายๆ คือ เพียงแค่ดูเลขตัวถัง 17 หลัก คุณก็สามารถทราบ ยี่ห้อรถ จาก 3 ตัวแรก, รายละเอียดรุ่น จากตำแหน่งที่ 4-8, และ ปีที่ผลิต จากตำแหน่งที่ 10 ได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งมีประโยชน์อย่างมากในการตรวจสอบประวัติรถมือสอง หรือสั่งซื้ออะไหล่ให้ถูกต้องตรงรุ่นครับ
ข้อมูลตัวอย่าง
MR2K39F380108XXXX
TOYOTA YARIS
MM8DL2S3A0W47XXXX
MAZDA2 / YR2019
MM8DE10Y10020XXXX
MAZDA2 / YR2012
MR032JNF00510XXXX
TOYOTA HILUX / YR2024
MPBSXXMXKSHA1XXXX
FORD ECOSPORT/ YR2017
MPEAMF010PX57XXXX
FORD RANGER RAPTOR / YR2023
AGH45000XXXX
TOYOTA ALPHARD Z 4WD / YR2024

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น